Before you take off
สวัสดีครับ เพื่อนๆพบกับกระผม อีกครั้งกับ บทที่2 ครับ วันนี้ สิ่งหนึ่งในการที่อยากจะให้ทุกๆท่านเตรียมตัวก่อนที่จะไปด้วยกัน นั้น มีอยู่ 2-3สิ่งที่ผมคิดว่า สำคัญมากๆเลย ในการเรียนภาษาอังกฤษ หรือแม้แต่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งครับ .....
ผมมีเรื่องจะเล่า เป็นเรื่องที่ดีมากๆเป็น ตัวอย่างของความพยายาม ครับ
มีนักวิ่งมาราธอนชาว African คนหนึ่ง เป็นความหวังของประเทศเขาเลยครับในการแข่งขัน Olympic ปีหนึ่งครับ ในระยะทาง เป็นร้อย ไมล์ นักแข่งคนนี้ก็ร่วมวิ่งกับนักแข่งจาก หลายประเทศ จำนวนหลายสิบคน หลังจากออก start ได้ซักพ้ก ปรากฏว่ากล้ามเนื้อ ขาข้างหนึ่งฉีกขาด ก็เลยต้องวิ่ง ด้วยขาข้างเดียว ต่อไประยะทาง อีกหลายร้อย ไมล์ วิ่งไปก็ เดี๊ยง ไป ค่อยๆโดน แซงที่คน 2 คน 10คน
คนเข้าเส้นชัย ไปที่คนสองคน จนหมด ทิ้งชายคนนี้เป็นเวลา หลายชม. คนเข้าเส้นชัยจนหมดทุกคน เหลือชายคนนี้เพียงคนเดียวที่ยัง วิ่งขาเดียวกระเพลกอยู่ เขย่งไปเรื่อยๆ อืบ อืบ จนเวลาก็ล่วงไป เข้าสู่เวลาเย็น เข้าสู่เวลาค่ำ ชายคนนี้ก็ยังคง กระดึีบ ไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ
นักกีฬาส่วนใหญ่ได้กลับที่พักหมดแล้ว แต่เขายังคงวิ่งขาเดียวไปเรื่อยเพื่อมุ่งสู่หลักชัย แม้คนอื่นจะกลับบ้านนอนหมดแล้ว แต่ก็ยังขอให้ทำหน้าที่ ขอตังเองอย่างดีที่สุด ยังคงวิ่งต่อไปเรื่อยๆ แม้อีกขาจะไม่เป็นใจก็ตาม เพื่อนๆเชื่อไหมครับ ว่าเวลาตี 1 ตี2 ผู้ชมตามข้างทางหลายต่อหลายคนยังไม่กลับ ส่งเสียงเอาใจช่วย นักวิ่งมาราธอนผู้นี้ และเล้วเขาเองก็สามารถวิ่งมาราธอนด้วยขา่ข้างเดียวเข้าเส้นระยะทางนับหลายร้อยไมล์ แม้จะเข้าเส้นชัยหลังจากคนรองสุดท้ายเป็นเวลาเกือบ ครึ่งวัน แต่ทราบไหมครับ เสียงปรบ เสียงโห่ร้องสรรเสริญมันช่างกึกก้อง ยามที่เขาเข้าเส้นชัย มากกว่า คนที่เข้าที่ 1 หลายเท่า เชื่อไหมครับว่าหนังสือพิมพ์ในวันรุ่งขึ้น หน้าหนึ่งมีแต่รูปของนักกีฬาท่านนี้
เพื่อนๆ อาจจะถามว่า หมูค่ะ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการเรียนภาษาอังกฤษค่ะ ผมอยากแบ่งปันสิ่งที่ผมได้จากเรื่องนี้ซักอย่าง 2 อย่าง คือว่า "บางครั้งโลกแม้โลกจะชอบคนเก่ง และชอบอยู่ฝ่ายเดียวกับผู้ชนะ แต่ว่า โลกจะสรรเสริญ เอาใจช่วย คนที่มีความพยายามและไม่ยอมแพ้ครับ" แล้วเพื่อนๆก็ถามอีกว่า หมูค่ะ แล้วมันเกี่ยวกับการเรียนภาษายังไงอีกล่ะค่ะ เพื่อนๆครับ ก่อนที่เราจะไปด้วยกันในการผจญโลกกว้างแห่งการเรียนอีกโลกนี้ แน่นอนครับ มันไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบแน่ การที่เราต้องการได้สิ่งใดมาสิ่งหนึ่ง ยอมต้องแลกมาด้วยสิ่งหนึ่ง (อย่างที่ภาษอ้งกฤษว่า No pain No Gain) ด้วย หยาดเหงื่อ แรงกาย บางที่ก็อาจจะน้ำตาบาง เงินทองบางเวลาบาง ก็อย่างที่บอกว่า ของดีไม่มีฟรีในโลก (ก็อาจยกเว้น webนี้ ....ฮา)
เพราะฉะนั้นก่อนจะไปด้วยกันต้องมีสัญญาประชาคมก่อน คือ
1.มีเป้าหมาย ในการเรียน
เป้าหมายของการเรียนภาษาอังกฤษของเพื่อนๆคืออะไรครับ ในการเรียน ทำไมเราต้องการเรียน ต้องการพูด หาเหตุผล
เพื่องานที่ดีขึ้น เพื่อคุยกับแฟนชาวอเมริกัน หาแรงจูงใจที่ดี ตั้งเป้าหมาย กับมัน อย่าล้มเลิกก่อนจะสำเร็จครับ
2.ความมีระเบียบวินัย ความสม่ำเสมอ และความต่อเนื่อง เคยมีคนมาขอให้ผมสอนให้ แล้วบอกว่าเอาวันเดียวเป็น น่ะ แป๋ว
เขาล้อเล่นครับ ผมบอกเขาว่ามี1ล้านบาทก็คงไม่ได้ครับ 1วันเนี่ย เพื่อนๆคงไม่มีใครเรียนจบมหาลัยภายใน 1 วันใช่ไหมครับ
เพราะฉะนั้น ความต่อเนื่อง วินัย สม่ำเสมอเป็น กุญแจหลักครับ อย่าเรียนๆ เลิก ๆเพราะคุณจะเสียเวลาเปล่า
3.ไม่เสร็จไม่เลิกรา ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ และเลิกกลางคัน อย่างที่บอกครับ โลกพร้อมจะชื่นชม สรรเสริญ คนที่มีความพยายาม
อย่างเรื่ิองข้างบนครับ ผมว่าคนเก่งไม่เท่ห์เท่าคนพยายามครับ แม้ว่าจะเหลือคุณเป็นคนสุดท้าย แม้ว่าขาจะเป๋ไปอีกข้าง ก็อย่าหยุดที่จะวิ่งครับ เดินบ้าง กระต่ายขาเดียวบ้าง อย่าหยุดที่จะเดินครับ เข้าเส้นชัยให้ได้ คำหนึ่งที่ฝรั่งเกลียดมากที่สุด คือ loser ครับอย่าไปพูดกับใครน่ะครับอาจโดน ตืบได้ อย่ายอมแพ้ง่ายๆ อย่าเลิก วันหนึ่งคุณก็จะเข้าเส้นชัยเหมือนกันครับ
3ข้อเป็นเหมือนพันธสัญญาในการเรียนครับ ที่เราจะไปด้วยกัน ผมหวังว่าเราจะสำเร็จด้วยกันครับ
To your English learning success .......luukmuu
ผมอยากจะแถมตัวอย่างที่แห่งความพยายามอีกซัก 5-6 ตัวอย่าง เพื่อเป็นกำลังใจและก้จะได้เห็นว่าไม่มีใครได้ หรือสำเร็จอะไมาง่าย
ในยามที่ท้อแท้ลองนึกถึงท่านพวกนี้ จะได้มีแรงฮึดครับ
:1962 นักดนตรีหนุ่ม ท่าทางประหม่า 4คน เล่นเพลง Demo ให้ผู้บริหาร ของบริษัทแผ่นเสียง เดคคา ฟัง ผู้บริหารไม่ประทัยใจเลย และปฏิเสธอย่างไม่ใยดี และกล่าวถึงวงนี้ว่า " ไม่ชอบเพลงพวกนี้เลย คงไม่มีใครอยากจะฟังเพลงพวกนี้เท่าไรหรอก" วงดนตรีนี้ชื่อ
" The Beatles"
: 1954 Jimmy Denny ผู้จัดการของคณะแสดง Grand ole opry ไล่ ชายคนหนึ่งออกจากงานทั้งที่เขาเพิ่งแสดงเพียงรอบเดียว และพูดใ่ส่หน้าเขาว่า "เลิกร้องเพลงซะ ไม่มีอนาคตเอาเสียเลย กลับไปขับรถบรรทุกไป" ชายผู้นี้ชื่อ "Elvis Praisley"
: Thomas Edison อาจจะเป็นนักประดิษฐ์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ อเมริกา แต่เมื่อเขาเข้าเรียนใหม่ๆ ครูมักบ่นว่า หัวทึบไปหน่อย สอนยาก นั้นเป็นเหตุให้ คุณแม่ของ Edison เอาเขาออกจาก รร.เพื่อจะสอนเขาเองที่บ้าน ดช.Edison ชอบวิทยาศาสตร์ และมีห้อง Lap ของตนเองครั้งแรกเมื่อเขาอายุ 10 ขวบ หลังจากทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ประกอบกับ ความเป็น อัจฉริยะ (ซึ่งเขาเคยบอกว่า แรงบัลดาลใจ 1 % หยาดเหงื่อ 99% ) Edison คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ กว่า 1,300 ชนิด
: กว่า Edison จะประดิษฐ์หลอดไฟได้ เขาต้องทดลองกว่า 2000 ครั้งจึงสำเร็จ นักข่าวคนหนึ่งได้ถามเขาว่า รู้สึกอย่างไรกับความล้มเหลว ซ้ำซากนี้ เขาไม่เคยล้มเหลวแม้แต่ครั้งเดียว แค่ต้องอาศัย กระบวนการถึง 2000 ขั้นตอน ก็เท่านั้น
: 1952 เอ็ดมันด์ ฮิลลารี่ พยายามปีนเขา Everest 29,000 ฟุต หลังจากครั้งแรกไม่สำเร็จ หลังจากนั้นไม่กี่ สัปดาห์ เขาประกาศก้องว่า " เจ้าเขา Everest ครั้งแรกเจ้าชนะข้า แต่ต่อไปข้าจะชนะเจ้า แต่ข้ายังพัฒนาได้อีก" 29 พฤษภคม ปีถัดมา เอ็ดมันด์ ฮิลลารประสบความสำเร็จเป็นมนุษย์คนแรกที่พิชิตเขา Everest ได้
:วิลมา รูดอล์ฟ เกิดก่อนกำหนด หมอไม่มั่นใจว่าเธอจะมีชีวิตได้
อายุ 4ขวบ ไม่สบายอย่างหนัก จนขาซ้าย หมดความรู้สึก
9ขวบ ถอดเหล็ก ออก หัดเดินโดยไม่มีเหล็กช่วย
13 ขวบ เริ่ม เป้นจังหวะ หมอบอกว่าเหลือเชื่อ ในปีเดียวกันนี้ เธอตัดสินใจเป็นนักวิ่ง ครั้งแรกที่โหล และก็เป็นแบบเดิมมาอีกหลายปี
ทุกครั้งที่โหลเสมอ ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวให้ เธอเลิกวิ่ง แต่็เธอตั้งหน้าตั้งตาวิ่งต่อ วันหนึ่งเธอชนะ เธอชนะมาเรื่อยๆ
ในที่สุดเด็กน้อยผู้ที่ใครบอกว่า จะเดินไม่ได้อีก ก็เป็นนักกรีฑา ผู้คว้า3เหรียญทองโอลิมปิก
" ตั้งแต่เด็กแม่สอนให้เชื่อว่า ฉันทำได้ทุกอย่าง ถ้าจะทำ เรื่องแรกคือ ฉันจะเดินโดยไม่มีเหล็กดาม "
วิลมา รูดอล์ฟ
0 Comments:
Post a Comment
<< Home